Category: Uncategorized

  • 3 แรงฮึด ปลดหนี้บัตรเครดิต

    20 November 2023

    การกดเงินจากบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิต เป็นตัวช่วยหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาเงินขาดมือ ทำให้เราไม่ต้องไปกู้ยืมจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ อย่างไรก็ตามอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตอยู่ในระดับที่ค่อน ข้างสูงประมาณ 20-28% ต่อปี ดังนั้น การลดภาระหรือปลดหนี้จากบัตรทั้ง 2 ประเภท ให้เร็วที่สุดจะช่วยให้เราประหยัดดอกเบี้ยจ่ายลงไปได้ โดยมี 3 เทคนิคที่ขอแนะนำดังนี้ค่ะ

    1. ปรับลดค่าใช้จ่าย วิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถเริ่มทำได้ง่ายที่สุด เพราะสามารถเริ่มทำได้โดยทันที เช่น ลดค่าทานอาหารนอกบ้าน การซื้อเสื้อผ้า หรือใช้ขนส่งมวลชนแทนรถส่วนตัว ในช่วงแรกๆ ของการปรับลดค่าใช้จ่าย เราอาจรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิต แต่ขอให้คิดไว้ว่า การทำแบบนี้จะช่วยให้ภาระหนี้ของเราหมดเร็วขึ้น และยิ่งสามารถทำได้เป็นประจำจนติดเป็นนิสัยแล้ว จะช่วยให้เรามีเงินเหลือเก็บออมเพิ่มขึ้นในระยะยาวได้อีกด้วยค่ะ
    2. เพิ่มรายได้ การมีรายรับเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนจะช่วยให้เรามีเงินเหลือมากขึ้น และสามารถนำไปชำระหนี้บัตรได้มากขึ้นอีกด้วย วิธีที่จะช่วยให้มีรายรับเพิ่มขึ้นมีทั้งการทำงานล่วงเวลา (OT) หรือการทำอาชีพเสริม สำหรับการทำอาชีพเสริมนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายๆ คนคิด โดยเราสามารถเริ่มจากสิ่งที่เราถนัด เช่น ทำอาหาร ตัดเย็บเสื้อผ้า หรืออาจรับสินค้าแล้วนำมาขายต่อก็ได้ ซึ่งช่องทางในการขายก็มีหลากหลาย ทั้งขายด้วยตัวเองหรือทางอินเตอร์เนต เชื่อว่า ถ้ามีความตั้งใจจริงและศึกษาการทำอาชีพเสริมนั้นๆ อย่างจริงจัง ก็จะมีรายได้มากขึ้น และอาจพัฒนามาเป็นอาชีพหลักก็ได้นะคะ
    3. แปลงรถเป็นเงินสด หากพยายามปรับลดค่าใช้จ่ายและหารายได้เพิ่มแล้ว แต่ก็ยังจ่ายหนี้ของบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิตได้ไม่มากนัก หากมีรถที่ปลอดภาระ สามารถนำรถที่มีมาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อกับธนาคารได้ค่ะ โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อประเภทนี้ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต จึงช่วยให้เราประหยัดภาระดอกเบี้ยได้ ทั้งนี้ สินเชื่อประเภทนี้มีทั้งแบบคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และแบบคงที่ แนะนำให้เลือกแบบลดต้นลดดอก เพราะถ้าเราชำระหนี้ได้มากกว่าค่างวดที่กำหนดไว้ จะช่วยให้ประหยัดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงได้ค่ะ

    หวังว่าทั้ง 3 เทคนิคที่ได้แนะนำไป จะช่วยให้ปรับลดหนี้บัตรได้เร็วขึ้นนะคะ และเมื่อปลดหนี้ได้หมดแล้ว ก็อย่าลืมสำรองเงินเผื่อไว้ใช้สำหรับยามฉุกเฉินประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพราะหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จะได้มีเงินก้อนสำรองเอาไว้ ไม่ต้องไปกู้เงินให้เสียดอกเบี้ยกันค่ะ

  • มือใหม่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

    20 November 2023

    อยากเป็นนายทุนคอยเก็บค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์แต่มีข้อจำกัดเรื่องเงินทุน การกระจายการลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่ น้อย

    ในอดีตที่ผ่านมา การซื้อลงทุนหรือเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์นั้นส่วนใหญ่เป็นการลงทุนที่ใช้ เงินจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันผู้ที่มีเงินออมไม่ว่าจะฐานะไหนก็ตาม ต่างก็เลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างสะดวกด้วยการลงทุนใน “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” นั่นเอง แต่ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เราควรมาทำความเข้าใจกันสักนิดว่า แท้จริงแล้วกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์คืออะไร รูปแบบการลงทุนของกองทุนมีแบบใดบ้าง รวมถึงผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน

  • การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

    20 November 2023

    การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือภาษีที่คนทั่วไปจ่ายให้รัฐ เมื่อมีเงินได้ก็ต้องเสียภาษี แต่จะทำอย่างไรให้เสียภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุด หลักการง่าย ๆ คือ

    • กะจายรายได้
    • เพื่อลดหย่อน
    • ระบุประเภทรายได้ให้เสียภาษีน้อยที่สุด
    • จดทะเบียนสมรส

    การกระจายรายได้

    เนื่องจากประเทศไทยใช้ภาษีอัตราก้าวหน้า ภาษาอังกฤษใช้คำว่า PROGRESSIVE RATE ไม่ทราบว่าใครบัญญัติศัพท์ภาษาไทยคำนี้นะครับ คำว่าอัตราก้าวหน้าฟังดูแล้วรู้สึกดีเหมือนถ้าเสียภาษีแล้วจะก้าวหน้า แต่ผมว่าน่าจะเรียกอัตราขูดรีดมากกว่า หลักการของภาษีอัตราก้าวหน้าคือถ้ามีเงินได้น้อย เสียในอัตราที่ต่ำกว่า แต่ถ้าเงินได้สูงจะเสียในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ถ้าได้เงิน 500,000 บาท อาจเสียภาษีแค่ 50,000 บาท หรือ 10% แต่ถ้ารายได้ 2 ล้านบาท จะไม่เสียที่ 10% อาจเสียที่ 20% กลายเป็น 400,000 บาท จากตัวอย่างดังกล่าว ถ้ารับเงินสองล้าน แทนที่จะรับก้อนเดียวสองล้านอาจเปลี่ยนเป็นเงิน 4 ก้อน ก้อนละ 500,000 ก็จะจ่ายภาษีเท่ากับ 50,000 X 4 = 200,000 บาท ไม่ต้องจ่าย 400,000 บาทเหมือนกับก้อนใหญ่ก้อนเดียว

    วิธีการกระจายเงินได้ทำได้ 2 ลักษณะหลัก ๆ ได้แก่

    • การหาคนมาช่วยรับเงิน ตัวอย่างเช่น ทำงาน 4 คนค่าจ้าง 2 ล้านบาท แทนที่จะรับคนเดียว 2 ล้าน อาจจะเจรจากับผู้จ้างว่าให้จ่าย 4 คนคนละ 500,000 แบบนี้ก็จะทำให้เสียภาษีน้อยลง
    • การกระจายงวดการรับเงิน เช่น เงิน 2 ล้าน แทนที่จะรับครั้งเดียว อาจเปลี่ยนเป็นรับเงิน 2 ครั้ง เช่น ถ้ารับเงินช่วงเดือน ธ.ค. อาจขอให้จ่าย 1 ล้านบาทในเดือน ธ.ค. และอีก 1 ล้านไปจ่ายในเดือน ม.ค. แบบนี้ก็จะช่วยทำให้เสียภาษีน้อยลง ในอดีตคนที่รับรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนจะมีเทคนิคในการกระจายรายได้คือการจดคณะบุคคล แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ทำการจำกัดการจดคณะบุคคลทำให้ไม่สามารถที่จะใช้ได้อย่างง่าย ๆ จึงจำเป็นต้องศึกษาเทคนิคอื่น ๆ ในการวางแผนภาษีต่อไป

    เพิ่มค่าลดหย่อน

    ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายมากมายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ และที่มักจะพูดถึงกันมากคือประกันชีวิตและกองทุน ซึ่งเป็นการลดหย่อนเต็ม ๆ นอกจากนั้นก็มีเรื่องของดอกเบี้ยผ่อนบ้าน เลี้ยงดูบุพการี เงินบริจาค ฯลฯ รายละเอียดเหล่านี้สามารถหาศึกษาได้ทั่ว ๆ ไป นอกจากค่าลดหย่อนทั่ว ๆ ไปแล้ว หากรายได้ของคุณเป็นงานพวกรับเหมา คุณสามารถหารายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำมาลงเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มค่าลดหย่อนได้ด้วย เช่น หากรับเหมาก่อสร้าง ค่าแรงคนงานสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าคนงานคนนี้ ได้มารับเงินจากเราไปจำนวนเงินเท่าไหร่

    ระบุประเภทรายได้ให้เสียภาษีน้อยที่สุด

    หากถามว่าอาชีพไหนเสียภาษีสูงที่สุดก็ต้องตอบว่ามนุษย์เงินเดือนเป็นอาชีพที่เสียภาษีสูงที่สุด ดังนั้นเมื่อไหร่ที่คุณมีรายได้ จำไว้ว่าต้องไม่เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้าง รายได้คนเรามีหลายประเภท เช่น

    • เงินเดือน ค่าจ้าง
    • ดอกเบี้ย เงินปันผล
    • วิชาชีพอิสระ
    • รับเหมา
    • ขนส่ง
    • เกษตรกร

    จริง ๆ มีมากกว่านี้ครับ ซึ่งเราควรได้ศึกษาประเภทรายได้ต่าง ๆ ว่ามีวิธีการเสียภาษีอย่างไร และพยายามปรับเงื่อนไขรายได้ของเราให้เข้าสู่รายได้ประเภทนั้น ๆ โดยดูว่ารายได้แต่ละประเภทสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ ยิ่งรายได้นั้นสามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูง ก็จะทำให้เงินได้สุทธิลดลงก็จะทำให้เสียภาษีน้อยลง ตัวอย่างเช่น หากเราขายข้าวเปลือกหรือข้าวสาร สมมติขายได้ 1 ล้านบาท ถ้าเป็นอาชีพขายสินค้าที่มิได้ผลิตเอง คุณจะมีเงินได้สุทธิ 200,000 บาท แต่หากคุณบอกว่าคุณเป็นเกษตรกร คุณจะมีเงินได้สุทธิ 150,000 บาท จะเสียภาษีน้อยลง ถ้ามีคนจ้างคุณขับรถส่งของ สมมติถ้ามีเงินได้ 500,000 บาท ถ้าเป็นค่าจ้างมีเงินได้ 410,000 บาท แต่ถ้าเป็นรับจ้างขนส่งเงินได้สุทธิจะเหลือแค่ 100,000 บาท ถ้าคุณรับจ้างพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สมมติถ้ารายได้ 1.5 ล้านบาท ถ้าเป็นค่าจ้างจะมีเงินได้สุทธิ 1.4 ล้าน บาท เสียภาษีประมาณสองแสนห้า แต่หากเป็นงานรับเหมาจะมีเงินได้สุทธิแค่ 450,000 เสียภาษีแค่สามหมื่นบาท จากตัวอย่างก่อนจะมีรายได้หากเราได้ลองศึกษาเรื่องภาษีและพยายามที่จะดันเงื่อนไขการรับเงินเข้าสู่รายได้ให้ถูกประเภทแล้ว คุณจะเสียภาษีน้อยลงมาก เรื่องเงื่อนไขการรับเงินนี้มักจะเป็นปัญหากับสรรพากรมาก เพราะการระบุประเภทรายได้นั้นไม่มีกฎระเบียบเงื่อนไขที่แน่นอน เรื่องนี้คงต้องอาศัยความสามารถในการเจรจาต่อรอง อย่างไรก็ดีในการระบุประเภทรายได้ให้ระวังอีกเรื่องหนึ่งคืออาชีพบางประเภทหากรายได้เกิน 1.8 ล้านต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ด้วย ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นจุดอ่อนให้สรรพากรรีดภาษีจากเราได้อีก ดังนั้นการรับรายได้ถ้าคอยระวังอย่าให้เกิน 1.8 ล้านจะดีที่สุด

    จดทะเบียนสมรส

    ในอดีตการจดทะเบียนสมรสจะทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้น เพราะจะบังคับให้รายได้บางส่วนต้องยื่นรวมเป็นรายได้สามี แต่หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าสิ่งนี้ผิดรัฐธรรมนูญ ทำให้กรมสรรพากรต้องเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ ปัจจุบันกลายเป็นว่าการจดทะเบียนสมรสจะทำให้เสียภาษีน้อยลง เช่น

    • รายได้บางส่วนของสามี สามารถโอนมาเป็นรายได้ของภรรยาได้
    • ถ้าสามีมีรายได้ฝ่ายเดียว รายได้บางส่วนสามารถหารสองคำนวณภาษีได้

    ในเรื่องการจดทะเบียนสมรสแล้วจะทำให้เสียภาษีน้อยลงนั้นมีผลประโยชน์อีกมากมาย สามารถศึกษาได้ทั่วไปครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นข้อจำกัดคือสำหรับคนทำงานกินเงินเดือน ประเด็นนี้ไม่ค่อยช่วยอะไรมากนัก

    ที่มา : www.slawconsult.com

  • เคล็ดลับผ่อนบ้านให้หมดไว ชำระเกินทุกงวด

    20 November 2023

    อย่างไรก็ตามเคล็ดลับผ่อนบ้านให้หมดไวนั้นสามารถทำได้ทั้งการกระจายเงินเพื่อชำระเงินเกินในแต่ละงวดด้วยจำนวนเงินน้อยๆ อาจจะเป็นการชำระเกินทุกงวด หรือจะเป็นการชำระเกินด้วยจำนวนเงินมากๆ เพียงก้อนเดียว ด้วยการโปะเพิ่มปีละครั้งก็สามารถทำได้เช่นกัน แม้ว่าโดยรวมแล้วทั้งสองวิธีการเป็นการโปะเงินเข้าไปด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กัน แต่ทั้ง 2 วิธีการนั้นให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน และในครั้งนี้ DDproperty จะนำมาเปรียบเทียบให้เห็นกัน

    ตัวอย่างที่เรานำมาเปรียบเทียบในครั้งนี้เป็นการผ่อนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงินกู้ 3,500,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี หรือ 360 งวด ซึ่งจะตัดตอนมาแสดงการผ่อนสินเชื่อในช่วงเวลาสองปีแรก (งวด 1-24) โดยกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 3 ต่อปี สำหรับการผ่อนชำระในปีที่ 1 นั้นจะเหมือนกันทั้งสองทางเลือก แต่ประเด็นความแตกต่างจะเกิดขึ้นในปีที่ 2 ของการผ่อนชำระ โดยในทางเลือกที่ 1 นั้นจะเพิ่มจำนวนเงินผ่อนชำระต่องวดในทุกๆ งวด (งวดที่ 13-24) ให้มากขึ้นกว่าจำนวนเงินชำระต่องวดในปีแรก (งวดที่ 1-12) ในขณะที่ทางเลือกที่ 2 นั้นจำนวนเงินชำระต่องวดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในงวดสุดท้าย (งวดที่ 24) เพียงงวดเดียว แต่ทั้งสองทางเลือกนั้นจำนวนเงินที่ชำระเกินทั้งหมดจากจำนวนเงินที่กำหนดให้ชำระขั้นต่ำจะรวมแล้วไม่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันคือช่วงเวลาที่ชำระเงินออกไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความแตกต่างของยอดหนี้คงเหลือและจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระไปแล้วทั้งหมด ณ สิ้นงวดที่ 24 โดยการเปรียบเทียบนั้นยังคงใช้ตารางการผ่อนสินเชื่อแบบลดต้นลดดอก ซึ่งเราเคยอธิบายหลักการผ่อนสินเชื่อแบบลดต้นลดดอกไว้ในบทความ รู้จักวิธีผ่อนบ้านแบบลดต้นลดดอก

    ทางเลือกที่ 1 ชำระเกินทุกงวด

    ผ่อนสินเชื่อบ้าน วงเงินกู้ 3,500,000 บาท โดยในปีแรก (งวดที่ 1-12) นั้นผ่อนชำระ 10,500 บาทต่องวด จากนั้นในปีที่ 2 (งวด 13-24) ให้ชำระเกิน โดยเพิ่มจำนวนเงินขึ้นอีก 3,000 บาทในทุกๆ งวด ซึ่งเท่ากับชำระ 13,500 บาทต่องวด รวมจำนวนเงินที่ชำระเกินตลอดปีที่ 2 (งวดที่ 13-24) ทั้งหมด 12 งวดเท่ากับ 36,000 บาท โดยในช่วงเวลา 2 ปีนี้กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปี

    ทางเลือกที่ 2 โปะเพิ่มปีละครั้ง

    ผ่อนสินเชื่อบ้านที่วงเงินกู้เท่ากับทางเลือกที่ 1 คือ 3,500,000 บาท โดยในปีแรก (งวดที่ 1-12) นั้นผ่อนชำระ 10,500 บาทต่องวด และในปีที่ 2 นั้นงวดที่ 13-23 (จำนวน 11 งวด) ยังคงผ่อนชำระเท่าเดิมคืองวดละ 10,500 บาท แต่ให้ชำระเกินในงวดสุดท้ายของปีที่ 2 (งวดที่ 24) เพิ่มขึ้นอีก 36,000 บาท (ซึ่งเท่ากับจำนวนเงินที่ชำระเกินทั้งหมดของทางเลือกที่ 1) รวมเงินที่จะชำระในงวดที่ 24 เท่ากับ 46,500 บาท ในช่วงเวลา 2 ปีนี้กำหนดให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปี เช่นเดียวกันกับทางเลือกที่ 1

    ชำระเกินทุกงวดและโปะเพิ่มปีละครั้งเหมาะสมกับใคร

    การชำระเกินทุกงวดนั้นเหมาะสมกับคนที่มีรายได้และรายจ่ายค่อนข้างคงที่ ทำให้สามารถวางแผนการเงินล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำ จึงไม่ค่อยมีความเสี่ยงมากนักหากจะกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อชำระส่วนเกินเพิ่มขึ้นไปอีกในแต่ละงวด ซึ่งจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าการรอนำเงินก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียว เช่น เงินโบนัส ซึ่งมีไม่กี่ครั้งในแต่ละปีมาโปะยอดหนี้

    ส่วนวิธีการโปะเงินจำนวนมากนั้นเหมาะสมกับอาชีพที่รายได้ไม่คงที่ และไม่สม่ำเสมอ เช่น พนักงานขาย หรืออาชีพอิสระ ที่จะได้รับค่าจ้างหรือค่าคอมมิสชั่น เมื่อปิดงานหรือปิดการขายได้เป็นครั้งไปจึงอาจไม่สามารถชำระเกินได้ทุกงวด

    อย่างไรก็ตามทั้งสองวิธีแสดงให้เห็นว่าเราควรจ่ายเงินเกินเพื่อชำระเงินต้นทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าจะชำระเกินด้วยจำนวนน้อยๆ แต่บ่อยๆ หรือโปะด้วยจำนวนเงินมากแต่นานๆ ครั้ง เพราะทั้งสองวิธีสามารถช่วยลดยอดหนี้ได้โดยตรงและเห็นผลได้อย่างชัดเจน

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก >> https://www.ddproperty.com

  • 7 วิธีวางแผนการเงินให้รอดแม้เศรษฐกิจขาลง

    20 November 2023

    1. มีกองทุนฉุกเฉิน

    หากเพื่อนๆเก็บเงินอยู่ในกองทุนดอกเบี้ยสูงที่รับประกันความปลอดภัยระดับหนึ่ง เราก็จะแน่ใจได้ว่าเงินของเราจะยังอยู่ครบหากเกิดอะไรขึ้นได้ แถมยังสามารถถอนออกมาใช้ในยามฉุกเฉินได้ง่าย อย่างเช่น หากเราตกงานหรือมีค่าใช้จ่ายเงินใหญ่ครับ

    2. อย่าใช้เงินเกินตัว

    ถ้าเพื่อนๆชินกับการใช้เงินอย่างประหยัดและมีเงินเก็บเหลือในทุกวัน ก็เป็นการวางแผนการเงินที่ช่วยให้เรามีความเสี่ยงเป็นหนี้น้อย ถ้าเกิดราคาน้ำมันหรือค่าครองชีพแพงขึ้น เราก็จะสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้นครับ ถ้าเราเป็นหนี้อยู่แล้ว เกิดของราคาสูงขึ้นมาเราก็จะหาเงินมาโปะตรงนี้ได้ลำบาก

    ถ้าเพื่อน ๆ จะพยายามมากกว่านี้อีกนิด ก็ลองวิธีวางแผนการเงินฉบับครอบครัวแบบนี้ครับ หากเราและคู่ของเรามีรายได้ทั้งคู่ เพื่อนๆลองใช้ชีวิตให้อยู่ในงบประมาณรายได้ของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น ถ้าจะพอประหยัดได้ เพราะการวางแผนการเงินแบบนี้ ในเวลาปกติ เราก็จะมีเงินเหลือเก็บเยอะขึ้น แต่ถ้าเกิดคนใดคนหนึ่งถูกเลย์ออฟกะทันหันขึ้นมา บ้านเราก็จะยังอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อนเกินไปครับ

    3. มีแหล่งรายได้มากกว่า 1 ทาง

    แม้ว่าเรามีงานประจำอยู่แล้ว แต่เพื่อน ๆ ก็อาจจะลองหารายได้เสริมไว้บ้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ทำออนไลน์ หรือขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกเวลางาน เพราะความไม่แน่นอนของธุรกิจในปัจจุบันทำให้เราต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ และเราไม่ควรจะพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียวครับ อย่างน้อยถ้าเพื่อน ๆ ตกงานกระทันหัน ก็ยังมีงานรายได้เสริมที่จะช่วยให้เรามีเงินในช่วงที่หางานใหม่ได้ครับ เผลอ ๆ บางคนจับทางถูก ไม่ต้องง้องานประจำแต่เอางานเสริมมาเป็นรายได้หลักเลยก็มีนะครับ

    4. วางแผนการเงินด้วยการลงทุนระยะยาว

    ในบางครั้งถ้าเงินที่เราลงทุนไว้ขาดทุนเพราะว่าหุ้นตกก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ ขอให้เรามองยาว ๆ ก็น่าจะรู้ว่าตลาดมีวันขึ้นลงเป็นรอบ ๆ และในระยะยาวเพื่อน ๆ ก็สามารถขายทำกำไรได้อยู่แล้ว แต่ต้องระวังนิดนึงนะครับ ถ้าเราใกล้วัยเกษียณแล้ว อาจจะรอไม่ได้ เราต้องวางแผนการเงินอีกแบบ อาจจะย้ายเงินส่วนหนึ่งไปไว้ในกองทุนความเสี่ยงต่ำ หรือเลือกบัญชีเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูงเอาไว้เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีเงินใช้หลังเกษียณ

    5. เข้าใจการยอมรับความเสี่ยงของตัวเอง

    แม้ว่ากูรูการลงทุนหลายคนจะชอบพูดว่าอายุเท่านี้ควรจะวางแผนการเงินแบบนี้ โดยเฉพาะคนที่อายุน้อยควรจะลงทุนแบบความเสี่ยงสูง แต่ถ้าเพื่อนๆยอมรับความเสี่ยงสูงไม่ได้ ก็อาจจะต้องปรับการลงทุนของตัวเองครับ เราอาจจะต้องดูว่าความหวือหวาของทรัพย์สินแบบไหนที่เราพอรับได้ หากราคาหุ้นที่เราถืออยู่ตกไป 20 เปอร์เซ็นต์แล้วทำให้เรานอนไม่หลับทั้งคืนล่ะก็ เพื่อน ๆ ก็ต้องเปลี่ยนการวางแผนการเงินใหม่ เช่น เอาเงินไปใส่ไว้ในกองทุนที่ราคาไม่ได้ขึ้นลงมากจนเราตกใจแทนครับ แต่อย่างที่พี่หมีบอกไปแล้ว ถ้าเราเข้าใจการลงทุนในระยะยาว เราก็อาจจะต้องอดทนมากขึ้น และวางแผนการเงินให้ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้นครับ

    6. ลงทุนในหลาย ๆ แหล่ง

    เพื่อน ๆ อาจจะเคยได้ยินคนที่บอกว่าถ้าเราเก็บเงินไว้ที่เดียวจะอันตรายมาก ซึ่งจริงครับ การวางแผนการเงินที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการลงทุนในทรัพย์สินหลายอย่าง เพราะถือเป็นการกระจายความเสี่ยงและกระจายอาการตกใจของเราครับ เช่นถ้าตอนนี้เพื่อน ๆ มีบ้านและมีบัญชีเงินออมทรัพย์ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะว่าถือว่าเราได้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 1 อย่างแล้วก็มีเงินสดเก็บไว้ 1 ที่ครับ แนะนำว่าพยายามหาแหล่งทุนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง เพราะถ้าเกิดอันนึงราคาตก อีกอันขึ้น เราก็ยังพอจะอุ่นใจได้อยู่ครับ

    7. รักษาคะแนนความน่าเชื่อถือของตัวเองให้ดี

    เมื่อเศรษฐกิจขาลง แน่นอนว่าคนที่มีคะแนนความน่าเชื่อถือสูงก็จะได้รับอนุมัติเงินกู้ หรือเครดิตได้ง่ายกว่า พี่หมีเลยจะแนะนำให้เพื่อน ๆ วางแผนการเงินให้ดีตั้งแต่ตอนนี้ สร้างนิสัยการจ่ายบิลให้ตรงเวลา อย่าเปลี่ยนบัตรเครดิตบ่อยและให้สัดส่วนหนี้กับเครดิตที่ได้มีเงินเหลือไว้เยอะๆครับ ซึ่งนิสัยแบบนี้ไม่ได้ดีเฉพาะเวลาขาลงเท่านั้น แต่เป็นนิสัยที่จะทำให้เราไม่ต้องเป็นหนี้ในช่วงเวลาปกติด้วยนั่นเองครับ

    เศรษฐกิจขาลงดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่ากลัว แต่ถ้าเราวางแผนการเงินให้ดี ก็สามารถป้องกันผลกระทบและรักษาทรัพย์สินของเราไว้ให้ดีได้ครับ เพราะการเก็บเงินและการลงทุนต้องใช้เวลาทั้งนั้น

    ที่มา : https://moneyhub.in.th/article/how-to-prepare-your-financial-when-economic-downfall/

  • ความหมายของกฎหมาย

    20 November 2023

    กฎหมายคืออะไร? เชื่อได้เลยว่าทุกคนหรือแทบจะทุกคนในสังคมคงจะรู้จักคำๆนี้เป็นอย่างดี แต่หากจะให้อธิบายความหมายของคำนี้ หลายๆคนคงไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ซึ่งจริงๆแล้วแม้แต่ในทางวิชาการก็มีการให้นิยามความหมายแตกต่างกันออกไปมากมาย เนื่องจากเป็นการยากที่จะนิยามความหมายออกมาให้ครอบคลุมได้ทั้งหมด แต่พอจะสรุปได้ดังนี้

    กฎหมาย คือ กฎเกณฑ์ คำสั่ง หรือข้อบังคับที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐหรือผ็มีอำนาจสูงสุดเพื่อใช้เป็นเครื่อง มือสำหรับดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายอย่างหนึ่งอย่างใดของสังคม และมีสภาพบังคับเป็นเครื่องมือในการทำให้บุคคลในสังคมต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ คำสั่ง หรือข้อบังคับนั้น

    มนุษย์ถือได้ว่าเป็นสัตว์สังคมจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แต่เนื่องจากความคิด อุปนิสัย สภาพแวดล้อม เพศ ฯลฯ ที่แตกต่างกันไป จึงจำเป็นจะต้องมีกฎหมายเพื่อควบคุมให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย กฎหมายบางอย่างก็กำหนดขึ้นเป็นขั้นตอนหรือวิธีปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งความ สงบเรียบร้อย หรือเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ นอกจากนี้การบัญญัติกฎหมายเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้คนในสังคมปฏิบัติตามในแนว ทางเดียวกัน ก็จะสร้างความเป็นระเบียบให้เกิดขึ้นอีกด้วย เหล่านี้ถือเป็นเป้าหมายอันสำคัญของสังคม ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวนี้เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้ว ก็จะมาจากคนในสังคมนั่นเอง

  • แนวทางปลดหนี้เมื่อ “หนี้สินท่วมตัว”

    20 November 2023

    แนวทางในการปลดหนี้ มีดังนี้

    1. รวบรวมหนี้ที่มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิตที่มีทุกใบ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรกดเงินสด หนี้บ้าน หนี้รถ รวมถึงหนี้ที่กู้ยืมจากคนรอบข้าง หรือคนใกล้ตัว ว่ามียอดเท่าไหร่ และดูระยะเวลาในการชำระหนี้ว่าเป็นหนี้สินระยะสั้น หรือหนี้สินระยะยาว
    2. รวบรวมทรัพย์สินที่มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เงินสด เงินฝาก เงินลงทุนในกองทุน สิ่งของเครื่องใช้ในบ้านที่สามารถแปรสภาพเป็นเงินสดเพื่อชำระหนี้ได้ รวมถึงบ้านและรถยนต์ที่ปลอดภาระหนี้
    3. แยกหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ผ่อนระยะสั้น และหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนระยะยาว โดยชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าก่อนแล้วค่อยเรียงลำดับไล่ลงมายังหนี้ ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น จ่ายหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าก่อนหนี้บัตรเครดิต
    4. เจรจาประนอมหนี้ คุยกับเจ้าหนี้แต่ละราย เพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยจ่าย ขอขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ รวมถึงขอปรับลดเงินผ่อนชำระต่องวด
    5. รวมหนี้ หาเจ้าหนี้ที่รับโอนหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุด และควรเป็นเจ้าหนี้ในระบบ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในระบบโดยทั่วไปจะต่ำกว่าหนี้นอกระบบ รวมถึงวิธีการทวงถามหนี้จะเป็นไปตามระเบียบของสถาบันการเงินนั้นๆ
    6. หยุดการก่อหนี้เพิ่มไม่ว่าจะเป็นหนี้ใดๆ และตั้งใจชำระหนี้อย่างมีวินัย หาหนทางเพิ่มรายได้จากงานประจำเพื่อให้มีรายได้ชำระหนี้ได้มากขึ้น

    หลังจากปลดภาระหนี้แล้ว ควรวางแผนการเงินแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ต้องกลับไปเป็นหนี้แบบในอดีต โดยเริ่มทำบัญชีบันทึกรายรับ รายจ่าย ในแต่ละเดือนเพื่อดูว่าเงินหายไปไหน ประหยัด และ เปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายเป็น มีเงินสดแล้วค่อยซื้อ จ่ายในสิ่งที่ จำเป็น และ ลดในสิ่งที่เรียกว่า อยากได้ ใช้ชีวิตอยู่อย่างคนจน จะไม่จน

  • พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

    20 November 2023

    มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐”

    มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

    มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
    “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดย อัตโนมัติ

    “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด บรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ด้วย

    “ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น

    “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า

    (๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

    (๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
    “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม
    “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
    “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

    มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
    กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

    หมวด ๑
    ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน การเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้น เป็นการเฉพาะ ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
    เพื่อ ดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบ คอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคล ทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

    มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐
    (๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลังและไม่ว่าจะเกิดขึ้น พร้อมกันหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
    (๒) เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบ คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อ ประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
    ถ้าการกระทำความผิดตาม (๒) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี

    มาตรา ๑๓ ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็น เครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    (๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบาง ส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
    (๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความ ตื่นตระหนกแก่ประชาชน
    (๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการ ก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
    (๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
    (๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

    มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔

    มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด
    ความ ผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

    มาตรา ๑๗ ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกราชอาณาจักรและ
    (๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
    (๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร

    หมวด ๒
    พนักงานเจ้าหน้าที่

    มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวน ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด และหาตัวผู้กระทำความผิด
    (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราช บัญญัตินี้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานอื่นใดที่อยู่ในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้
    (๒) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
    (๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงานเจ้า หน้าที่
    (๔) ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราช บัญญัตินี้ ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้า หน้าที่
    (๕) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
    (๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและสั่งให้บุคคลนั้นส่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นให้ด้วยก็ได้
    (๗) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการถอดรหัสลับดังกล่าว
    (๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบราย ละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

    มาตรา ๑๙ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามคำร้อง ทั้งนี้ คำร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทำหรือกำลังจะกระทำการอย่าง หนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เหตุที่ต้องใช้อำนาจ ลักษณะของการกระทำความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดและผู้กระทำความผิด เท่าที่สามารถจะระบุได้ประกอบคำร้องด้วย ในการพิจารณาคำร้องให้ศาลพิจารณาคำร้องดังกล่าวโดยเร็ว
    เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ก่อนดำเนินการตามคำสั่งของศาล ให้พนักงาน
    เจ้า หน้าที่ส่งสำเนาบันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ณ ที่นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสำเนาบันทึกนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ดังกล่าวในทันทีที่กระทำได้
    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการดำเนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ส่งสำเนาบันทึกรายละเอียดการดำเนินการและเหตุผลแห่งการดำเนินการ ให้ศาลที่มีเขตอำนาจภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดำเนินการ เพื่อเป็นหลักฐาน
    การทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๘ (๔) ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราช บัญญัตินี้ และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจการของเจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นเกินความจำเป็น
    การยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะต้องส่งมอบสำเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบให้เจ้าของหรือผู้ ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งยึดหรืออายัดไว้เกินสามสิบวันมิได้ ในกรณีจำเป็นที่ต้องยึดหรืออายัด ไว้นานกว่านั้น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอขยายเวลายึดหรืออายัดได้ แต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันได้อีกไม่เกินหกสิบ วัน เมื่อหมดความจำเป็นที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งคืนระบบคอมพิวเตอร์ ที่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลัน
    หนังสือแสดงการยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลายซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่ กำหนดไว้ในภาคสอง ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้องพร้อมแสดง พยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับ การทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้
    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ ได้

    มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคำสั่ง ไม่พึงประสงค์รวมอยู่ด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้มีคำสั่งห้าม จำหน่ายหรือเผยแพร่ หรือสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นระงับการใช้ ทำลาย หรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือเผยแพร่ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้
    ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคำสั่งที่มีผลทำให้ข้อมูล คอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ขัดข้อง หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือโดยประการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นชุดคำสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไขชุดคำสั่งดังกล่าว ข้างต้น ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ให้แก่บุคคลใด
    ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจ หน้าที่โดยมิชอบ หรือเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาล
    พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูล คอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๒๔ ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อ ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    มาตรา ๒๕ ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น

    มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า เก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่ง ให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวัน แต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้
    ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็น เวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง
    ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท

    มาตรา ๒๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๒๐ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองแสนบาท และปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

    มาตรา ๒๘ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด

    มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มีอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือรับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
    ในการจับ ควบคุม ค้น การทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เป็นอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงาน กับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
    ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรี
    มีอำนาจร่วมกันกำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรคสองมาตรา ๓๐ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว ต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
    บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา

  • CHAYO เปิดเคล็ดลับปลดหนี้ เพิ่มภูมิคุ้มกันทางการเงิน และสร้างความมั่งคั่ง (Mange Rich) มนุษย์เงินเดือน

    20 November 2023

    นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) นำเอาประสบการณ์ในแวดวงบริหารหนี้ ติดตามทวงถาม และเร่งรัดหนี้ รวมถึงการปล่อยสินเชื่อทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน กว่า 30 ปี มาถ่ายทอดเป็นแนวทางในการปลดหนี้ สำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่ทุกวันนี้มีภาระหนี้หลายด้าน อีกทั้งยังต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่าย/ค่าครองชีพที่แพงขึ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันทางการเงิน และสร้างความมั่งคง รวมถึงยกระดับเครดิต สรุปได้เป็น 7 ข้อ ดังนี้

    • รวบรวมหนี้ที่มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิตที่มีทุกใบ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรกดเงินสด หนี้บ้าน หนี้รถ รวมถึงหนี้ที่กู้ยืมจากคนรอบข้าง หรือคนใกล้ตัว ว่ามียอดเท่าไร และดูระยะเวลาในการชำระหนี้ว่าเป็นหนี้สินระยะสั้น หรือหนี้สินระยะยาว
    • รวบรวมทรัพย์สินที่มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เงินสด เงินฝาก เงินลงทุนในกองทุน สิ่งของเครื่องใช้ในบ้านที่สามารถแปรสภาพเป็นเงินสดเพื่อชำระหนี้ได้ รวมถึงบ้านและรถยนต์ที่ปลอดภาระหนี้
    • แยกหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ผ่อนระยะสั้น และหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนระยะยาว โดยชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าก่อน แล้วค่อยเรียงลำดับไล่ลงมายังหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น จ่ายหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าก่อนหนี้บัตรเครดิต
    • เจรจาประนอมหนี้ คุยกับเจ้าหนี้แต่ละราย เพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยจ่าย ขอขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ รวมถึงขอปรับลดเงินผ่อนชำระต่องวด
    • รวมหนี้ หาเจ้าหนี้ที่รับโอนหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุด และควรเป็นเจ้าหนี้ในระบบ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในระบบโดยทั่วไปจะต่ำกว่าหนี้นอกระบบ รวมถึงวิธีการทวงถามหนี้จะเป็นไปตามระเบียบของสถาบันการเงินนั้นๆ
    • หยุดการก่อหนี้เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นหนี้ใดๆ และตั้งใจชำระหนี้อย่างมีวินัย และควรหาหนทางเพิ่มรายได้จากงานประจำเพื่อให้มีรายได้ชำระหนี้ได้มากขึ้น
    • หลังจากปลดภาระหนี้แล้ว ควรวางแผนการเงินแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ต้องกลับไปเป็นหนี้แบบในอดีต เริ่มจากการทำบัญชีบันทึกรายรับ รายจ่าย ในแต่ละเดือนเพื่อดูว่าเงินหายไปไหน จะสามารถประหยัด และเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายให้เป็นแบบ “มีเงินสดแล้วค่อยซื้อ” หรือ “จ่ายในสิ่งที่จำเป็น” และ “ลดในสิ่งที่อยากได้”

    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชโย กรุ๊ป เน้นย้ำด้วยว่า ในภาวะที่เงินทองหายากอย่างในทุกวันนี้ การหาทางเพิ่มรายได้ในแต่ละเดือน จะช่วยให้เรามีเงินเหลือมากขึ้น และสามารถนำไปชำระหนี้ได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งวิธีที่จะช่วยให้มีรายรับเพิ่มขึ้น นอกจากจะมีทั้งการทำงานล่วงเวลา (OT) แล้วยังมีการทำอาชีพเสริมด้วย

    ซึ่งการทำอาชีพเสริมนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายๆ คนคิด โดยสามารถเริ่มจากสิ่งที่เราถนัด เช่น ทำอาหาร ตัดเย็บเสื้อผ้า หรืออาจรับสินค้าแล้วนำมาขายต่อก็ได้ ซึ่งช่องทางในการขายก็มีหลากหลาย ทั้งขายด้วยตัวเองหรือทางอินเตอร์เน็ต เพราะหากมีความตั้งใจจริง และศึกษาการทำอาชีพเสริมนั้นๆ อย่างจริงจัง สามารถพัฒนามาเป็นอาชีพหลัก ที่มีหลายคนประสบความสำเร็จให้เห็นกันแล้ว